
สาระสุขภาพ จาก https://healthiestme.org/blog/415
ทุกคนคงเคยรู้สึกโกรธในบางครั้ง ความโกรธเป็นหนึ่งในอารมณ์ที่ปกติและทำให้เราได้ระบายความรู้สึกด้านลบออกมา แต่สิ่งที่เรา “แสดงออก” มาเมื่อโกรธต่างหากที่อาจทำให้เกิดปัญหาได้ อาการทางกายเมื่อรู้สึกโกรธคือมีอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตสูงขึ้น เพราะร่างกายจะผลิตฮอร์โมนอะดรีนาลีนและนอร์ดรีนาลีนมากขึ้น
หากเราควบคุมความโกรธไม่ได้ ก็อาจนำไปสู่ปัญหาความรุนแรง เช่น การตะโกนใส่กัน ขว้างปาสิ่งของ และอื่นๆ
การแสดงความโกรธโดยทำร้ายตนเอง ทำร้ายคนอื่น หรือทำลายสิ่งของเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำ
การจัดการความโกรธของตนเอง
หากเราคิดว่าตนเองอาจมีปัญหาในการจัดการความโกรธ เราอาจถามคำถามเหล่านี้เพื่อประเมินตัวเอง
- ใช่หรือไม่ที่บางครั้งคุณมีปัญหาในการควบคุมพฤติกรรมของตนเองเมื่อคุณโกรธ?
- คุณเคยโกรธและเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปในภายหลังใช่หรือไม่?
- คุณเคยใช้ความรุนแรงหรือทำสิ่งไม่เหมาะสมเมื่อคุณโกรธใช่หรือไม่?
- มีใครแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของคุณเมื่อคุณโกรธหรือไม่?
หากคำตอบคือ "ใช่" สำหรับคำถามเหล่านี้ เป็นไปได้ว่าเราอาจต้องการพูดคุยกับคนที่เราปรึกษาได้ เกี่ยวกับวิธีจัดการความโกรธของเราให้ดีขึ้น
ความโกรธ ควบคุมได้หรือไม่?
เราสามารถควบคุมความโกรธได้ โดยการรับรู้สัญญาณทางกาย คือ เมื่อสังเกตเห็นว่าตนเองกำลังโกรธอยู่ เราสามารถเรียนรู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองสงบลง ก่อนที่มันจะเกินการควบคุม สัญญาณที่บ่งบอกว่าเรากำลังโกรธ มีดังนี้
ใบหน้ารู้สึกร้อนวูบและมีสีแดง กล้ามเนื้อรู้สึกตึงโดยเฉพาะกล้ามเนื้อขากรรไกรหรือแขน รู้สึกเหมือนมีอะไรกดดันในหัวเพิ่มขึ้นและเหมือนว่ามันอาจจะระเบิดได้ อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น รู้สึกหายใจอึดอัดและเหงื่อออกได้
เคล็ดลับในการจัดการความโกรธ
มีเทคนิคที่เราสามารถพยายามหยุดตัวเองไม่ให้ตอบโต้รุนแรงหรือทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม หากเราฝึกวิธีเหล่านี้ ซึ่งอาจฝึกกับเพื่อนก็ได้ ก็จะเป็นการเตรียมพร้อมเทคนิคไว้ใช้เมื่อรู้ว่าตัวเองเริ่มโกรธ เพื่อไม่ให้เกินการควบคุม
- 1. คิดและเขียนสิ่งที่ทำให้คุณโกรธไว้ก่อน หากเรารู้จักสิ่งที่ทำให้เราหงุดหงิดและโกรธ เราจะสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ หรือคิดวิธีแสดงออกไว้ล่วงหน้า หาวิธีที่แตกต่างออกไปเมื่อเราต้องเผชิญกับเหตุการณ์เหล่านี้
2. การขอเวลานอก “ขอเวลานอก” หมายถึง การก้าวออกจากสถานการณ์และให้พื้นที่กับตัวเองได้สงบสติอารมณ์ เราอาจรู้สึกดีขึ้นได้ เช่น พูดว่า "ผม/ฉันขอเบรกก่อนน่ะ” “ผม/ฉันจะกลับมาในอีกสัก 10 นาที/ครึ่งชั่วโมง" เป็นต้น
3. ควบคุมการหายใจ ลองหายใจเข้าลึกๆ ยาวๆ 5 ครั้งและหายใจให้ช้าลง ในขณะที่หายใจให้พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อแขนและใบหน้าไปด้วยพร้อมๆกัน
4. พูดคุยกับตัวเอง การบอกตัวเองว่า “ฉันสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้” อาจจะช่วยให้เราสงบลงได้ หรือลองพูดว่า "โอเค ฉันจัดการเรื่องนี้ได้" หรือ "ฉันจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ ทำฉันเสียอารมณ์หรอก" หรือลองใช้คำเช่น "ผ่อนคลาย" หรือ "ทำใจให้สบาย" ในขณะที่หายใจเข้าลึกๆ ไปด้วย ให้พยายามหลีกเลี่ยงข้อความเชิงลบที่อาจทำให้คุณรู้สึกโกรธ เช่น "เขาทำแบบนั้นตลอด!" หรือ "เขากล้าดียังไง!"
5. การใช้ภาพจินตนาการ การวาดภาพตัวเองในสถานการณ์ที่ผ่อนคลายอาจช่วยได้ ใช้สิ่งที่เรารู้สึกผ่อนคลาย เช่น การว่ายน้ำ หรือนอนเล่นบนชายหาด นั่งรับลมบนยอดเขา หรือ การอ่านหนังสือเพลินๆ กับลูกอย่างมีความสุข
6. ยืดเส้นยืดสายเบาๆ การออกกำลังกายแบบเบาๆ เช่น โยคะ หรือการยืดกล้ามเนื้อในแบบอื่นๆ สามารถทำให้กล้ามเนื้อของเราผ่อนคลายและทำให้รู้สึกสงบลงได้
7. ทำกิจกรรมที่เบี่ยงเบนความสนใจ กิจกรรมอะไรก็ได้ที่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของเราไปอย่างสิ้นเชิงทั้งความคิดหรือรูปแบบของกิจกรรม สามารถช่วยหยุดความโกรธที่เพิ่มขึ้นของเราได้ ตัวอย่างเช่น
- - เปิดฟังเพลงที่มีจังหวะสนุกๆ แล้วเต้นตามจังหวะ
- - หากิจกรรมที่ใช้มือทำ เช่น ซ่อมสิ่งของต่างๆ หรือประดิษฐ์อะไรก็ได้
- - ทำกิจกรรมใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น วาดรูป หรือ ระบายสี
- - เขียนเรื่องราวในสมุดบันทึก
- - อาบน้ำเย็นๆให้สบายตัว
ทีมงานหวังว่าเทคนิคเหล่าจะเป็นประโยชน์กับท่าน เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับคนในบ้าน เพื่อนร่วมงาน และ
ท่านเองจะสามารถจัดการกับเหตุการณ์ที่ทำให้โกรธได้อย่างสร้างสรรค์ ส่งผลดีต่อตนเองและผู้อื่น ช่วยเราให้ไม่ต้องเสียใจกับการกระทำหรือรับผลเสียที่ตามมาภายหลัง
ด้วยรักและห่วงใย
ขอขอบคุณที่มา
