จะดื่มเครื่องดื่มอะไรที่ช่วยให้สุขภาพดีในช่วงหน้าร้อนนี้ดีนะ ลองมาดูกันค่ะ

ผู้คนส่วนใหญ่ดื่มเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลในปริมาณมากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพและโรคเรื้อรัง (ไม่ติดต่อ)หลายโรค เครื่องดื่มรสหวานเป็นที่โปรดปรานสำหรับชาวอเมริกันและในบ้านเราด้วยเช่นกัน

เครื่องดื่มรสหวานผสมน้ำตาลคืออะไร?

เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือที่มีรสหวานจากน้ำตาล คือ ของเหลวใด ๆ ที่มีการเติมน้ำตาลให้มีรสหวาน หรือผลไม้ที่มีน้ำตาลตามธรรมชาติ เช่น น้ำอัดลมที่มีน้ำตาล น้ำผลไม้ เครื่องดื่มสำหรับผู้ออกกำลังกาย เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำหวานต่าง ๆ ชา กาแฟที่เติมน้ำตาล เหล่านี้ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลผสมอยู่

ทำไมเราต้องกังวลเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล?

พบว่า ผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมักจะมีแนวโน้มที่จะประสบกับปัญหาสุขภาพ เช่น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น โรคอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ โรคไต โรคตับที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ ฟันผุ และโรคเกาต์ซึ่งเป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง การจำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลนั้นสามารถช่วยให้เรามีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ดีต่อสุขภาพ และร่างกายรับน้ำหรือของเหลวที่เป็นประโยชน์เท่านั้น “แผนงานวิจัยนโยบายอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ 2019” แนะนำว่าปริมาณน้ำตาลสำหรับคนทั่วไปไว้ว่า ในแต่ละวันไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม (น้ำตาล 1 ช้อนชา จะเท่ากับประมาณ 4 กรัม)

หลายคนไม่ทราบว่าเครื่องดื่มยอดนิยมต่าง ๆ มีน้ำตาลและแคลอรี่ผสมอยู่เท่าใดบ้าง ลองดูตารางนี้คร่าว ๆ กันค่ะ

ขอขอบคุณที่มา: https://dol.thaihealth.or.th/Media/Pdfview/9dadcd44-9520-ea11-80e8-00155d09b41f

จะบอกได้อย่างไรว่าเครื่องดื่มของคุณมี “น้ำตาล” ใน “ชื่ออื่น ๆ” ผสมอยู่

หากมีชื่อเหล่านี้ระบุอยู่ในรายการส่วนผสมของเครื่องดื่มที่เราชอบ แสดงว่าเรากำลังดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานจากน้ำตาลค่ะ

-น้ำเชื่อมข้าวโพด

-ฟรุกโตส

-น้ำผลไม้เข้มข้น

-น้ำผึ้ง

-น้ำตาล

-น้ำเชื่อม

-ซูโครส

-เดกซ์โทรส

มีเคล็ดลับ คิดก่อนเลือกเครื่องดื่มมาดูฝากกันค่ะ

- เลือกดื่มน้ำ! แทนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล โดยตั้งใจและตัดสินใจไว้ก่อน- ต้องการรสชาติเพิ่มเติมใช่ไหมคะ? ลองใส่ผลไม้กลุ่มเบอร์รี่หรือมะนาว ให้ฝานใส่ลงในน้ำดื่มของเราเพื่อเพิ่มรสชาติและความสดชื่น- คิดถึงเครื่องดื่มมีฟอง? ให้เติมน้ำผลไม้ 100% ลงในน้ำโซดาธรรมดาสักหน่อย (ไม่ควรเกิน 150 มิลลิลิตร) เพื่อความสดชื่นและยังคงให้แคลอรี่ไม่สูงเกินควร- ต้องการให้ช่วยกำจัดนิสัยติดหวาน? อย่าตุนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล แต่ให้ทดแทนโดยเก็บขวดน้ำเย็นไว้ในตู้เย็นแทนค่ะ- ดื่มน้ำเท่านั้นไม่พอสำหรับฉันหรอก! ให้หาเครื่องดื่มที่มีสารอาหารสำคัญที่ทำให้รู้สึกอยู่ท้อง เช่น เครื่องดื่มจากนมไขมันต่ำ นมทางเลือกที่เติมวิตามินหรือแร่ธาตุที่มีประโยชน์ (fortified milk alternatives) หรือน้ำผักหรือผลไม้ 100% (150 มิลลิลิตร) แทนที่จะเลือกดื่มน้ำหวานนะคะ- แล้วที่ร้านกาแฟล่ะ? งดการเติมน้ำเชื่อมหรือวิปครีม ขอเครื่องดื่มที่มีนมไขมันต่ำหรือปราศจากไขมันนม เช่น นมถั่วเหลือง หรือนมอัลมอนด์ หรือสั่งกาแฟดำแทน- ที่ร้านค้าล่ะ? อ่านฉลากข้อมูลโภชนาการเพื่อเลือกเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่ต่ำ น้ำตาลต่ำ และไขมันอิ่มตัวน้อย- ในระหว่างการเดินทาง? พกขวดน้ำที่ใช้ซ้ำและเติมน้ำได้ตลอดวัน หรือเตรียมน้ำดื่มให้พออย่างน้อย 2 ลิตร

ฉันยังคงกระหายน้ำอยู่?

- เป็นได้ว่าวันนี้สภาพอากาศร้อน ทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกทางผิวหนัง เป็นสาเหตุทำให้เรารู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติ- วันนี้เราเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้นกว่าทุกวันหรือไม่? ซึ่งทำให้เราเสียเหงื่อเพิ่มขึ้น และกระหายน้ำเพิ่มขึ้นด้วย- หากร่างกายมีไข้ จะทำให้ร่างกายเสียน้ำเพิ่มขึ้น โดยร่างกายจะระบายความร้อนทางผิวหนังและการหายใจ- อาการท้องร่วงหรืออาเจียนก็ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็วและมีไข้ได้ ทำให้กระหายน้ำมากขึ้น

เราสามารถชดเชยการสูญเสียน้ำจากสาเหตุต่าง ๆ โดยการดื่มน้ำและเครื่องดื่มที่แนะนำข้างต้น รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบอย่างผักหรือผลไม้ได้เช่นกัน

เราทุกคนสามารถเป็นแบบอย่างให้กับเพื่อน ที่ทำงาน และครอบครัวของเราได้ โดยการเลือกดื่มน้ำและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีแคลอรีต่ำ ทดแทนเครื่องดื่มผสมน้ำตาลทั้งหลายได้ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นและหลีกเลี่ยงโรคเรื้อรังหลายโรคนะคะ

ด้วยความห่วงใย

ขอขอบคุณที่มา

https://dol.thaihealth.or.th/Media/Pdfview/9dadcd44-9520-ea11-80e8-00155d09b41f

https://www.thaihealth.or.th/Content/48031-

https://www.cdc.gov/healthyweight/healthy_eating/drinks.html