
ครอบครัวมีความสำคัญ เพราะเป็นที่หล่อหลอมบุคลิกภาพและคุณลักษณะของสมาชิก การมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างสมาชิกในครัวเรือนเดียวกันนั้น เป็นโอกาสให้เกิดการถ่ายโยงค่านิยม ความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ ความเชื่อ ความศรัทธา และวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตจากสมาชิกรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ไม่ว่าจะผ่านช่วงเวลาของการพักผ่อน สันทนาการ หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน บรรยากาศและวิธีการอบรมเลี้ยงดู การอบรมสั่งสอน การเป็นพ่อแบบ-แม่แบบ ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ทั้งโดยที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัว สิ่งแวดล้อมภายในครอบครัวไม่ว่าจะในทางบวกหรือในทางลบได้ค่อย ๆ หล่อหลอมพื้นฐานทางบุคลิกภาพและคุณลักษณะทางด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และจิตใจของสมาชิกในครอบครัวในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการแสดงบทบาททางสังคมของสมาชิกในที่อื่น ๆ ต่อไป…
เวลาที่คนในครอบครัวได้อยู่ด้วยกันอย่างช่วงวันหยุดพิเศษ เราสามารถเสริมสร้างความสัมพันธ์และสร้างเกราะป้องกันให้เด็ก-เยาวชน และทุกคนในครอบครัวโดยการแสดงความรักความเอื้ออาทรต่อกัน ซึ่งมีหลายวิธีดังนี้
สื่อสารผ่านคำพูดด้วยความรัก ความหวังดี และการชื่นชมในสิ่งดีที่เขาทำและสื่อออกมาจากใจเป็นสิ่งพิเศษที่ผู้ฟังสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ หากลูก ๆ เป็นวัยรุ่น บทสนทนาในเรื่องที่เขาสนใจจะช่วยเพิ่มความเข้าใจ และเกิดการรับรู้ความคาดหวังของครอบครัวร่วมกัน เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การมีแฟน หรือเรื่องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ ครอบครัวควรเป็นที่ที่วัยรุ่นสามารถพูดได้ทุกเรื่องที่เขาเผชิญ จากการสำรวจสภาวะทางสังคม วัฒนธรรม และสุขภาพจิต 2561, สำนักงานสถิติแห่งชาติ “สำหรับวัยรุ่นและเยาวชนไทยพบว่า เกือบทั้งหมดรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในระดับมากถึงมากที่สุดเมื่ออยู่ในครอบครัวตัวเอง มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัยเมื่ออยู่ในครอบครัว นอกจากนี้ยังพบอีกว่า วัยรุ่นและเยาวชนกว่า 3 ใน 4 รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขเป็นประจำเมื่ออยู่ในครอบครัวตัวเอง”
ให้เวลาอยู่กับคนในครอบครัว จำกัดเวลาใช้หน้าจอ สำหรับหลาย ๆ คน การรับรู้ความรักและห่วงใยนั้นเกิดได้จากเวลาคุณภาพที่ได้ใช้ด้วยกัน กิจกรรมในบ้านสามารถสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น กิจกรรมที่สนุกสนานและผ่อนคลายเหล่านี้ช่วยส่งเสริมความรักความสัมพันธ์ได้ เช่น การรับประทานอาหารร่วมกันและทำเองที่บ้าน เล่นบอร์ดเกมที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม ดูรูปภาพหรือวีดีโอในอดีตร่วมกัน แบ่งงานทำความสะอาดบ้านร่วมกัน ล้างรถด้วยกัน ชวนไปเดินเล่นในหมู่บ้าน หรือออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้ด้วยกัน เล่นแบดหรือตีปิงปอง ดูหนังเรื่องสนุก ๆ หรือให้ข้อคิดที่ดี และอีกอย่างคือ การไม่ลืมวันสำคัญของคนในครอบครัว อาจจะจัดกิจกรรมพิเศษที่เขาชอบ เช่น ทำอาหารที่เขาชอบ เขียนการ์ด หรือทำสิ่งประดิษฐ์ทำเอง (DIY) เป็นต้น
การสัมผัสกายและโอบกอดอย่างเหมาะสม ทุกคนต้องการการสัมผัสไม่มากก็น้อย การสัมผัสอย่างสมควรจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากเราไม่แน่ใจ การเอ่ยปากถามก็อาจช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราสามารถแสดงออกได้แค่ไหน เช่น ลูกวัยรุ่นอาจให้โอบใหล่แทนการกอด
การดูแลปรนนิบัติและทำสิ่งต่างๆให้ เช่น ทำอาหารหรือนำเครื่องดื่มพิเศษมาให้ นำผ้าในตระกร้าไปซักให้ นวดใหล่ให้ ตัดเล็บให้ หรือถามเพื่อหาความต้องการว่ามีอะไรบ้างที่เราจะช่วยเขาได้ ฯลฯ
ให้ของขวัญที่เขาชอบ อาจต้องเตรียมล่วงหน้า หรือสั่งซื้อออนไลน์ก็สะดวกสบายในยุคนี้ หลายคนชอบสิ่งของที่สื่อให้เขารับรู้ถึงความใส่ใจของผู้ให้ ในขณะที่ผู้ให้ก็รับความสุข แฮปปี้ไปด้วยค่ะ
นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตยังมีวัคซีนสังคมมาฝาก โดยใช้หลักการสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว 3 ด้าน ได้แก่
1.“พลังบวก” ครอบครัวที่มองบวก มักจะมองเห็นทางออกในทุกปัญหาแม้ในภาวะวิกฤติ ช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไข เมื่อเห็นทางออกแล้วครอบครัวต้องอาศัย
2.“พลังยืดหยุ่น” เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนบทบาท ทำหน้าที่ทดแทนกัน และช่วยกันแบ่งเบาภาระที่เกิดขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่
3.“พลังร่วมมือ” ทำให้ครอบครัวปรองดอง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการฟันผ่าอุปสรรคที่วนเวียนเข้ามาให้ผ่านพ้นได้ทุกครั้งไป
ทีมงานขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวของท่าน เสริมสร้างสัมพันธภาพในครอบครัวให้แข็งแกร่งขึ้นและสามารถรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์และเติบโตไปด้วยกัน
ด้วยรักและห่วงใย
เรียบเรียงโดย ทีมงาน Healthiest Me Thailand
ขอขอบคุณ ที่มา:
https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30291
https://www.hiso.or.th/hiso/picture/reportHealth/ThaiHealth2020/thai2020_12.pdf
http://www.human.cmu.ac.th/home/hc/ebook/006103/lesson1/01.htm
