คนส่วนใหญ่รู้ว่านำ้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกาย เป็นส่วนประกอบหลักของเลือด หรืออาจจะเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า คนเราควรดื่มให้ได้ 8-10 แก้วต่อวัน (ประมาณ1.5-2 ลิตร) และหากขาดน้ำดื่ม 3-7 วันจะเสียชีวิตได้ แต่จะมีกี่คนที่ตระหนักว่าวันนี้ตนเองได้ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้วจริง ๆ ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในยุคที่เทรนด์การออกกำลังกายกำลังเป็นที่นิยม รวมทั้งการมีขวดนำ้ดื่มดีไซน์สวย ๆ ออกมาวางจำหน่าย ที่อาจกระตุ้นให้เราดื่มน้ำมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้บอกว่า ร่างกายของเราจะได้รับปริมาณน้ำอย่างเหมาะสม...แล้วการดื่มน้ำพอหรือไม่พอนั้นสำคัญกับเราอย่างไร ก็คงต้องลองมาพิจารณาถึงประโยชน์ของน้ำที่มีต่อร่างกายของเรากันดูก่อน ความรู้ทางการแพทย์ด้านสรีรวิทยา (Physiology)พบว่า

  • น้ำเป็นตัวนำพาสารอาหารไปยังเซลล์ทั้งหมดในร่างกายและยังช่วยนำพาออกซิเจนไปยังสมองของเราด้วย นั่นก็คือ เมื่อสมองได้รับนำ้อย่างเพียงพอก็จะช่วยให้เราสามารถคิดและจดจ่อได้ดี
  • น้ำช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุ วิตามิน กรดอะมิโน กลูโคสและสารอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเติบโตของร่างกาย ซึ่งช่วยให้อวัยวะต่างๆทำงานตามปกติ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยในการป้องกันและต้านทานโรค
  • น้ำชะล้างสารพิษและของเสียในร่างกายออกทางปัสสาวะและอุจจาระ ทำให้สารพิษเหล่านั้นไม่สะสมในร่างกาย
  • น้ำช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เช่น เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อนและปรับสมดุลให้ร่างกาย
  • น้ำทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อในร่างกาย น้ำไขข้อ(Synovial fluid) บริเวณข้อต่อ ทำให้กระดูกไม่เสียดสีกัน เคลื่อนไหวสะดวกและไม่เกิดความเจ็บปวด 

นอกจากนี้น้ำยังมีประโยชน์อื่น ๆ ด้วย อย่างเช่น เมื่อดื่มน้ำในเวลาที่กระหายจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น น้ำช่วยคงความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณ ลดความหยาบกร้านและลดริ้วรอย ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานด้วยดีและป้องกันอาการท้องผูก หรือเมื่อดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารแล้วทำให้เรากินอาหารได้น้อยลงก็อาจช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกทาง ถือได้ว่า “น้ำ” เป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายมนุษย์ในทุกระบบโดยแท้ 

คราวนี้กลับมาที่ตัวบ่งชี้ว่าขณะนี้เราดื่มน้ำพอดี ดื่มน้อยไป หรืออาจกำลังขาดน้ำ! ซึ่งก็คือ สีของปัสสาวะนั่นเอง ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะสีของปัสสาวะในคนปกติที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคที่อาจทำให้สีของปัสสาวะเปลี่ยนแปลงไป

หากสีของปัสสาวะเหลืองใส หมายถึง ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ, สีเหลืองเข้ม หมายถึง ร่างกายอาจขาดน้ำระยะเริ่มต้น, สีส้ม หมายถึง ร่างกายอาจกำลังขาดน้ำ

ยังมีอาการอื่น ๆ ที่อาจแสดงได้ว่าร่างกายกำลังขาดนำ้ เช่น หากเริ่มขาดน้ำระดับปานกลาง ริมฝีปากจะแห้ง ผิวหนังอุ่นขึ้น ชีพจรเต้นเบาและเร็วขึ้น หายใจลึกและเร็ว ความดันตำ่ลง ปัสสาวะออกน้อยลง ฯลฯ การดื่มน้ำน้อยจะทำให้ไม่ปวดปัสสาวะเป็นเวลาหลายชั่วโมง

ดังนั้นวิธีหนึ่งที่อาจจะช่วยให้เราได้รับน้ำอย่างเพียงพอ คือ ให้หาขวดน้ำคู่กายที่มีความจุ 500-1000 มิลลิลิตร (จะได้ไม่ต้องคอยเติมบ่อย ๆ) และเริ่มดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้าประมาณ 1 แก้ว (250 มิลลิลิตร) และดื่มต่อเนื่องทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง ทั้งนี้ควรดื่มน้ำก่อนและหลังมื้ออาหารอย่างน้อย 30 นาทีและ 1 ชั่วโมงตามลำดับ เพื่อช่วยให้การย่อยและดูดซึมเป็นไปด้วยดี

เราได้เห็นแล้วว่าร่างกายต้องพึ่งพาน้ำดื่มสะอาดมากแค่ไหน วันนี้ท่านดื่มน้ำเพียงพอหรือยังคะ?

คำถามชวนคิด:

จะเกิดอะไรขึ้นหากร่างกายขาดน้ำในปริมาณมากและต่อเนื่องเช่น จากอาการท้องเสียรุนแรงมีอาเจียนร่วมด้วยและหากผู้ป่วยรับน้ำเกลือที่โรงพยาบาลไม่ทันต่อความต้องการของร่างกาย? 


ด้วยรักและห่วงใยสุขภาพของท่าน

จากทีมงาน Healthiest Me Thailand

ขอขอบคุณที่มา

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

อันตรายภาวะขาดน้ำ

Drinking water and your health