
1.พระเยซู ผู้มอบชีวิตนิรันดร์
วันคริสต์มาส คือ วันเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของพระเยซู ในขณะที่ "ชีวิตของคุณคือเหตุผลที่พระองค์มาบังเกิด” พระองค์มาเพื่อที่เราทั้งหลายจะได้ชีวิตและจะได้อย่างครบบริบูรณ์ (ยอห์น 10:10)
ชีวิตที่ครบบริบูรณ์ คือชีวิตนิรันดร์ ซึ่งเริ่มต้นได้เมื่อเรามาหาพระเยซูและต้อนรับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด และดำเนินชีวิตนั้นต่อไปตลอดนิรันดร์ ~ พระเยซูคริสต์เท่านั้นเป็นผู้ประทานให้
"และนี่แหละคือชีวิตนิรันดร์ คือที่เขารู้จักพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา"(ยอห์น 17:3)
“เพราะว่าบุตรมนุษย์มาเพื่อจะแสวงหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด” (ลูกา 19:10)
“พระองค์ไม่ประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่” (2 เปโตร 3:9)
อ่านต่อได้ที่นี่

2.พระเยซู แพทย์ผู้ประเสริฐ
พระเยซูมีพลังอำนาจในการรักษาและการทำสิ่งอัศจรรย์ทั้งหลายซึ่งเป็นหลักฐานว่าพระองค์มีฤทธิ์อำนาจเหนือความบาปทั้งสิ้น ทางฝ่ายร่างกายและฝ่ายวิญญาณ พระองค์ทรงรักษาคนที่ทุกข์ทรมานด้วยโรคทางร่างกาย ความเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ แม้กระทั่งทำให้คนตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาและทรงขับผีที่ครอบงำพวกเขาให้ออกไป มีเพียงแค่พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถช่วยเหลือเราจากผลของการตกลงในความบาปของมนุษย์ โรคภัยไข้เจ็บ ความตาย และพระเยซูคริสต์ทรงพิสูจน์ความเป็นพระเจ้าของพระองค์ผ่านการทำการอัศจรรย์ของพระองค์
อ่านต่อได้ที่นี่ https://www.gotquestions.org/Thai/Thai-faith-healers.html

3.พระเยซู ที่ปรึกษาอัศจรรย์
ก่อนที่พระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์พระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่าพระองค์จะส่งผู้ที่จะสอน เป็นที่ปรึกษา และนำทางทุกคนที่เชื่อในพระองค์ คำสัญญาของพระเยซูสำเร็จแล้ว น้อยกว่าสองสัปดาห์ต่อมาเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามามีฤทธิ์อำนาจต่อผู้เชื่อในวันเพนตาคลอส ในขณะนี้เมื่อบุคคลหนึ่งเปิดหัวใจรับเชื่อในพระเยซู พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งอย่างถาวรในชีวิตของเราทันที พระองค์ยังทรงปลอบประโลมและสอนเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์จะอยู่ในชีวิตเราในฐานะตราประทับแห่งพระสัญญาภายในใจของเราจนถึงวันที่พระเยซูเสด็จกลับมา พระวิญญาณบริสุทธิ์จะนำเราไปในทางที่เราควรไปและเปิดเผยความจริงของพระเจ้า
หนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดในการรู้จักการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์คือการคุ้นเคยกับพระคำของพระเจ้า พระคริสตธรรมคัมภีร์เป็นแหล่งแห่งปัญญาขั้นสุดยอดว่าเราควรใช้ชีวิตอย่างไร ผู้เชื่อในพระองค์ต้องค้นดูพระคริสตธรรมคัมภีร์ ใคร่ครวญและท่องจำข้อพระคัมภีร์ (เอเฟซัส 6:17)
อ่านต่อได้ที่นี่ https://www.gotquestions.org/Thai/Thai-Holy-Spirit-guidance.html

4.พระเยซู เพื่อนแท้อยู่ด้วยทุกเวลาไม่ทอดทิ้ง
พระเยซูตรัสว่า...
“ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการสละชีวิตเพื่อมิตรสหายของตน ถ้าพวกท่านประพฤติตามที่เราสั่ง ท่านก็จะเป็นมิตรสหายของเรา เราจะไม่เรียกพวกท่านว่าบ่าวอีก เพราะบ่าวไม่ทราบว่านายทำอะไร แต่เราเรียกท่านว่ามิตรสหาย เพราะว่าทุกสิ่งที่เราได้ยินจากพระบิดา เราสำแดงแก่พวกท่านแล้ว” ~ ยอห์น 15:13-15
“เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้กับพวกท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป คือพระวิญญาณแห่งความจริงซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์ พวกท่านรู้จักพระองค์เพราะพระองค์สถิตอยู่กับท่าน และจะประทับอยู่ท่ามกลางท่าน “เราจะไม่ละทิ้งพวกท่านไว้ให้เป็นลูกกำพร้า เราจะมาหาท่าน”~ ยอห์น 14:16-18
“บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพอ่อนโยนและใจอ่อนน้อม และจิตใจของพวกท่านจะได้หยุดพัก ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา” ~ มัทธิว 11:28-30
อ่านต่อได้ที่นี่ https://www.gotquestions.org/Thai/Thai-role-Spirit.html

5.พระเยซู ผู้ประทานสันติสุข
พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตก และอย่ากลัวเลย” ~ ยอห์น 14:27
ขอขอบคุณที่มา
อ่านต่อได้ที่นี่ https://www.gotquestions.org/Thai/Thai-Prince-of-Peace.html

6.พระเยซู มีชัยชนะเหนืออำนาจมืดและวิญญาณชั่วร้าย
พระคริสตธรรมคัมภีร์บันทึกว่า วิญญาณที่คนกราบไหว้บูชา “ไม่ใช่” อำนาจสูงสุด หรือหากท่านกำลังถูกคุกคามด้วยวิญญาณที่ท่านเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร!
พระเจ้าเปิดเผยความจริงผ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ใน เอเฟซัส 1:18-22
“ขอให้ตาใจ(การมองเห็นในมิติด้านจิตวิญญาณ)ของพวกท่านสว่างขึ้น เพื่อจะได้รู้ว่าพระองค์ประทานความหวังอะไรแก่ท่านในการทรงเรียกพวกท่านนั้น และรู้ว่ามรดกที่มีศักดิ์ศรีของพระองค์สำหรับพวกธรรมิกชน(ผู้เชื่อความจริงในชีวิตพระเยซู)นั้นบริบูรณ์เพียงไร และรู้ว่าฤทธานุภาพของพระองค์ยิ่งใหญ่มากมายเพียงไรสำหรับเราที่เชื่อนั้น เป็นฤทธิ์เดชเดียวกับการทำกิจอันทรงอานุภาพและทรงพลังของพระองค์ ซึ่งทรงทำในพระคริสต์เมื่อทรงทำให้พระคริสต์เป็นขึ้นจากตาย และทรงให้ประทับที่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ ในสวรรคสถาน สูงส่งเหนือกว่าทุกภูตผีที่ครอบครอง ทุกภูตผีที่มีอำนาจ ทุกภูตผีที่มีฤทธิ์เดชและทุกภูตผีที่ปกครอง และเหนือกว่านามทั้งหมดที่ถูกกล่าวถึง ไม่เพียงในยุคนี้เท่านั้นแต่ในยุคที่จะมาถึงด้วย พระเจ้าทรงปราบทุกสิ่งลงไว้ใต้พระบาทของพระคริสต์ และประทานพระคริสต์แก่คริสตจักรให้เป็นเจ้านายเหนือทุกๆสิ่ง
อ่านต่อได้ที่นี่ https://www.gotquestions.org/Thai/Thai-spiritual-warfare.html

7. พระเยซู ผู้เลี้ยงดูประเสริฐ
พระเยซูทรงเป็นผู้เลี้ยงดู(ยอห์น 10:11) พระคัมภีร์บอกเราว่า ความมั่งคั่ง ศักดิ์ศรี ตำแหน่งและอำนาจในโลกนี้ ไม่ใช่ความสำคัญอันดับแรกที่พระเจ้าตั้งพระทัยสำหรับเรา ในขณะที่พระองค์ทรงทราบดีถึงความต้องการด้านปัจจัยสี่ของเรา คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค พระองค์เน้นย้ำว่า “ชีวิตด้านจิตวิญญาณ” สำคัญกว่า
แต่พระองค์บอกความจริงใน มัทธิว 6 :31-33 ว่า “เหตุฉะนั้นอย่ากระวนกระวายและกล่าวว่าจะเอาอะไรกิน? หรือจะเอาอะไรดื่ม? หรือจะเอาอะไรนุ่งห่ม? เพราะว่าบรรดาคนต่างชาติแสวงหาสิ่งทั้งปวงนี้ แต่ว่าพระบิดาของพวกท่านผู้สถิตในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่าท่านต้องการสิ่งทั้งปวงนี้ แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้”
ฮีบรู 13:5-8 “ท่านอย่าเป็นคนเห็นแก่เงิน จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่ เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสว่า “เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย” เพราะฉะนั้นเราอาจกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระผู้ช่วยของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่กลัว ใครจะทำอะไรกับข้าพเจ้าได้เล่า?” จงระลึกถึงบรรดาผู้นำของพวกท่าน ผู้กล่าวพระวจนะของพระเจ้ากับพวกท่าน จงพิจารณาดูผลบั้นปลายชีวิตของพวกเขา แล้วจงเลียนแบบความเชื่อของพวกเขา พระเยซูคริสต์ทรงเหมือนเดิมทั้งวานนี้ และวันนี้ และตลอดไปเป็นนิตย์”
อ่านต่อได้ที่นี่ https://www.gotquestions.org/Thai/Thai-names-Jesus-Christ.html
