
ขอให้อาจารย์แนะนำตัวเองกับผู้อ่านค่ะ
ผมเป็นครูศาสนา ชื่อจิรภัทร์ จุณณวัตต์ อายุ 45 ปี สมรส และมีบุตรหนึ่งคน
อาชีพปัจจุบัน
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนสัจจะพิทยา
อาจารย์พิเศษวิชา บำบัดและฟื้นฟูเยาวชนกลุ่มเสี่ยง สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน ระดับปริญญาตรี
ประสบการณ์การทำงานในอดีต
หัวหน้าโครงการคุ้มครองเด็กสภาคริสตจักรในประเทศไทย ค.ศ.2008 - ค.ศ. 2020
วิทยากรพิเศษ สถานพินิจ จ.นนทบุรี ค.ศ. 2017-ค.ศ. 2020
ผู้ช่วยศิษยาภิบาล แผนก อนุชน คริสตจักรคลองเตยสุขุมวิท 93 ค.ศ. 2005-ค.ศ.2008
อาจารย์ฝ่ายมัทธยมศึกษา โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ค.ศ. 2000- ค.ศ. 2005
สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่คุ้นเคยกับ "สุขภาพจิตวิญญาณ" อาจารย์มีคำแนะนำอย่างไรบ้าง?
สุขภาพจิตวิญญาณ ในความคิดของผม คือความเป็นอยู่ของจิตวิญญาณ ที่มีมิติเกี่ยวข้องกับด้านคุณธรรม จริยธรรมในจิตใจ รวมถึงความสุขในเชิงสันติและสงบ ที่เรียกว่า สันติสุข PEACE การมีสุขภาพจิตวิญญาณที่ดี ในมิติของศาสนา จะมุ่งไปทางการฝึกปฏิบัติ จิต ให้เข้าใจทุกข์ และพ้นทุกข์
ในทางคริสตศาสนา สุขภาพจิตวิญญาณ จะเป็นความสัมพันธ์ใกล้ชิด ระหว่างมนุษย์กับองค์พระผู้เป็นเจ้า ผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์
สุขภาพจิตวิญญาณ มีความสำคัญกับชีวิตของอาจารย์มากน้อยแค่ไหน อย่างไรบ้าง?
สุขภาพจิตวิญญาณ เป็นมากกว่าความรู้สึกของจิตใจ แต่เป็นความสุขสงบ ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต และความคิด การเข้าใจในทุกสิ่งว่าเป็น “สิ่งที่ดี” แม้ว่ามันจะส่งผลด้านลบ หรือเผชิญหน้ากับสิ่งนั้นด้วยความทุกข์ การมีสุขภาพจิตวิญญาณที่ดี ย่อมทำให้เราเข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเดินผ่านมันไปได้
การฝึกและพัฒนาสุขภาพจิตวิญญาณ เป็นสิ่งที่ต้องทำและพัฒนาอยู่เสมอ บนหลักคิดว่า พระเจ้าทรงเป็นความรัก และความรักของพระองค์ส่งผลดีกับเราเสมอ แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานก็ตาม ซึ่งทั้งหมดนี้ปรากฏอยู่ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ (Bible)

อะไรทำให้อาจารย์เชื่อมั่นว่า พระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์อยู่และสถิตอยู่ด้วยจริงๆ?
ความมั่นใจของผม เป็นความมั่นใจที่เริ่มจากความเชื่อ ความศรัทธา มากกว่าการพิสูจน์ว่ามีจริง หรือมองเห็นการอัศจรรย์ต่างๆ แต่กลับเป็นประสบการณ์ที่ต้องใช้ความเชื่อและศรัทธาเป็นจุดเริ่มต้น หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เชื่อมั่นว่าพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ก็ต้องบอกว่า เป็นความสุข สงบในใจ ที่เกิดจากการได้ฟัง และได้ทำตามในสิ่งที่พระองค์สอน รวมถึงการช่วยเหลือแบ่งปันต่อผู้อื่น ตามอย่างที่พระเยซูคริสต์ทรงกระทำ การทำให้ชีวิต ดำเนินตามคำสอนของพระเยซูคริสต์กลับทำให้ผมเห็น ความรัก ของพระเยซูคริสต์ที่ยังคงมีลมหายใจ และมีชีวิตอยู่ในเราได้
อาจารย์คิดว่าถ้าไม่รู้จักพระเยซูเป็นการส่วนตัว ชีวิตจะเป็นอย่าง?
ถ้าไม่รู้จักกับพระเยซูคริสต์ ชีวิตก็ดูเหมือนดำเนินไปตามปกติ แต่สิ่งที่สำคัญคือ การขาดซึ่งแรงผลักดันในการสร้าง ความสงบ สันติ เมตตาและความรัก ให้กับคนอื่น เพราะทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ผมเห็นจาก ชีวิตของพระเยซูคริสต์ที่ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์หรือ Bible
อีกสิ่งที่สำคัญ คือ จุดหมายปลายทางของ จิต หรือ จิตวิญญาณ การรู้ว่าจุดหมายของปลายทางของชีวิต คือ สันติสุขและการได้อยู่กับพระผู้สร้าง ผู้เปี่ยมด้วยความรักและการให้อภัย ก็เป็นความพร้อมที่ทำให้ผมสามารถเดินทางจากโลกนี้ไปได้อย่างสุขสงบ
อาจารย์ขอแบ่งปันให้ทุกท่านเพิ่มเติมว่า...
การใช้ชีวิต อยู่บน “ชีวิตที่ไม่สมบูรณ์” ตามแบบฉบับโลกนี้ เช่น ไม่ได้ร่ำรวย มีอาการป่วยตามวัย และสภาพของอายุ ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือบั่นทอนชีวิตหรือความสุขที่มี แต่การเข้าใจในความรักและแผนการของพระเจ้าได้อย่างหมดใจ หมดคำถาม กลับเป็นความสุขและสงบ ที่ทำให้สุขภาพของจิตวิญญาณของมนุษย์ยังคงแข็งแรงอยู่ มนุษย์หากพัฒนาเพียงแค่ “สุขภาพทางกาย” เพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอที่จะค้นหาความสุขที่แท้และยั่งยืนได้เมื่อความทุกข์ชั่วคราวเข้ามาในชีวิต
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและดับไป เป็นแผนการของพระเจ้าพระผู้สร้าง และทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างนั้น พระองค์ทรงเห็นว่าดีนัก การเรียนรู้และใกล้ชิดองค์พระผู้เป็นเจ้า ผ่านทางพระเยซูคริสต์ เป็นสิ่งที่ประเสริฐมากสำหรับมนุษย์ เพราะมนุษย์ต้องการต้นแบบชีวิตที่ดี เพื่อเป็นแรงจูงใจในการใช้ชีวิตต่อไป
บทสัมภาษณ์อาจารย์ยูกิ เมื่อวิกฤตชีวิตเกิดขึ้นจริง!
ปัญหาโรครุมเร้าของตนเองและภรรยา สถานการณ์โควิดที่ทำให้ภรรยาตกงานโดยไม่คาดคิด หลายอย่างในชีวิตดูแย่และเลวร้ายลง จนทำให้เป็นโรคซึมเศร้าและมาถึงจุดที่ตั้งคำถามกับพระเจ้า!
(โพสต์ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2564)
"คลิกที่นี่" ท่านได้อะไรจาก เรื่องที่อ่าน?" ตอบคำถาม 1 นาที ขอบคุณค่ะ
ส่งข้อความหาแอดมินได้ที่ลิงค์นี้ https://www.facebook.com/HealthiestMeThailand
