โปรดคลิกที่นี่เพื่ออ่าน "ความจริงสูงสุด 4 ประการของสุขภาพจิตวิญญาณ"

ก่อนที่ท่านจะอ่านบทสัมภาษณ์ จากแขกรับเชิญของเรา เพื่อเพิ่มความเข้าใจในเรื่องนี้

ประสบการณ์พิเศษที่นำพาคุณปร ให้พบกับความจริงสูงสุดในชีวิต มาติดตามกันค่ะ

ปรเคยไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศออสเตรเลีย และเคยไปโบถส์ที่นั่น 

ตอนอยู่มัธยมปลาย ปรได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศออสเตรเลีย ครอบครัวที่ไปพักอยู่ด้วย ครอบครัวแรก เคยพาปรไปที่โบสถ์ที่เค้าไปประจำ จำได้ว่ามีการร้องเพลงนมัสการพระเจ้า ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานแล้วแต่ทุกครั้งที่นึกถึง ก็ยังจำได้ถึงความรู้สึกอิ่มใจ ความรักที่อบอวล แต่ไม่นานหลังจากนั้นปรก็ย้ายไปอยู่กับอีกครอบครัวนึง เลยไม่มีโอกาสได้กลับไปที่โบสถ์หรือใกล้ชิดกับพระเจ้าอีก  

ความรัก...เอาใจใส่และความเสียสละเหล่านี้มาจากไหน?

จนกระทั้งเวลาผ่านมานานหลายสิบปี มีครอบครัว มีลูก ก็ได้พาลูกชายคนโตมาสมัครเข้าเรียนอนุบาล K4 ที่โรงเรียนประชาคมนานาชาติ ยิ่งได้ใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนนานขึ้น ได้รู้จัก พูดคุยกับครู และพนักงานของโรงเรียน ได้เข้าใจถึงสิ่งที่โรงเรียนให้ความสำคัญ ได้เห็นว่าโรงเรียนแห่งนี้ ทุกคนทุ่มเทความรัก ความเอาใจใส่ให้กับนักเรียนและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ทุกวันที่ได้ใกล้ชิดกับสังคมคริสเตียนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานของโรงเรียน หรือบรรดาเพื่อนๆผู้ปกครอง ก็จะรู้สึกถึงความรัก ความปรารถนาดี ความเอาใจใส่ ความเสียสละ ความทุ่มเท ความพร้อมที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนในทุกๆด้าน ที่ทุกคนมีให้แก่กัน จนทำให้ดิฉันรู้สึกสงสัยว่าเพราะอะไร ทุกคนถึงได้เป็นคนที่ดีและน่ารักขนาดนี้ ทำให้เกิดความสนใจและอยากที่จะรู้จักพระเจ้ามากขึ้นและไปโบสถ์อีกครั้ง

สัมผัสพระเจ้าที่หัวใจ...ในเวลาใกล้ๆกันกับสามี

หนึ่งปีผ่านไป ลูกชายขึ้นเกรด K5 เพื่อนคริสเตียนชื่อบี ที่เป็นผู้ปกครองที่สนิทกัน ก็บอกปรว่า เขาฝันถึงปรว่า “ปรอยากจะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น” ตอนนั้นยังสงสัยว่าบีรู้ได้อย่างไร เพราะขนาดกับสามี ปรก็ยังไม่ได้มีโอกาสคุยกับเขาเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องความฝันของบีก็ได้ช่วยเปิดประเด็นของบทสนทนาเรื่องของพระเจ้าและพระเยซูคริสต์ และมีเพื่อนที่เป็นคริสเตียนอีกหลายคนที่นั่งอยู่ในบริเวณนั้นก็ได้ช่วยกันอธิบายให้ปรได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้น จนก่อนที่จะแยกย้าย เพื่อนๆก็ขออธิษฐานเผื่อ แต่ตอนนั้นด้วยความกังวลและยังไม่เข้าใจก็ได้บอกไปว่า คิดว่าตัวเองคงเป็นคริสเตียนที่สมบูรณ์แบบไม่ได้ แต่เพื่อนๆก็หนุนใจว่าพระเจ้าจะนำทางเราเอง เมื่อปรเข้าใจ เพื่อนๆจึงได้เอามือวางลงบนตัวปร และได้อธิษฐานให้ปรมีประสบการณ์กับพระเจ้า รู้จักและเข้าใจความรักของพระเจ้ามากขึ้น 

และวินาทีนั้น ปรก็รู้สึกอิ่มเอม หัวใจเปี่ยมด้วยความรัก และรู้สึกถึงความรักที่ทุกคนมีให้ทั้งปรและพระเจ้า จนน้ำตาปริ่มออกมา

คืนนั้น เป็นคืนที่ปรรู้สึกหัวใจพองโต รู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้จักพระเจ้าให้มากขึ้น

วันรุ่งขึ้นได้นัดกับเพื่อนบีไปเดินซื้อของที่สำเพ็ง ขณะที่อยู่ในร้านค้าที่วุ่นวายผู้คนเดินซื้อของขวักไขว่ไปมา ปรได้ถามบีไปว่าแล้วยังงัยต่อไป? บีอธิบายให้ฟังว่าพี่ปรเพียงเข้าใจใน 4 ข้อนี้

  • พระเจ้ารักเรา
  • เราเป็นคนบาป
  • พระเยซูคริสต์ทรงเสียสละชีวิตพระองค์เอง เพื่อไถ่บาปให้เรา
  • เราจะยอมรับพระองค์ มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเราหรือไม่?

เมื่อบีพูดจบ เราทั้งสองก็ยืนน้ำตาอาบแก้มกัน ด้วยความรู้สึกถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ถึงแม้ว่าปรเองก็เคยได้ยินประโยคเหล่านี้มาก่อน แต่มันไม่เคยมีความหมายมาก่อนเลย แต่ในวันนี้ พระองค์ได้ทรงเปิดตาใจของปร 

ถึงแม้เราจะอยู่ในสถานที่หรือสถานการ์ณใดๆที่ยุ่งเหยิง เราก็สัมผัสกับความรักและพระคุณของพระเจ้าได้ 

และคืนนั้นเอง เป็นคืนที่ปรอธิษฐานขอรับพระองค์มาเป็นพระเจ้าของปร เป็นผู้นำทางและพระผู้ช่วยให้รอด

และในขณะที่ปรเริ่มเดินทางและมีประสบการณ์กับพระเจ้า สามีปรเองก็เริ่มเดินทางเหมือนกัน เค้าเองรู้เรื่องของพระเจ้ามานานแล้ว แต่ไม่เคยเลือกเดินตามพระองค์เลย จนกระทั่งเค้าได้มาสนิทกับกลุ่มพ่อๆที่เป็นคริสเตียนในโรงเรียน เค้าจะมีกลุ่มที่เค้านัดเจอกัน พูดคุยกันเรื่องชีวิต แบ่งปันทุกข์และสุข ปรึกษาและให้กำลังใจกัน โดยมีพระคริสต์เป็นผู้นำทาง คุณพ่อคนนึงที่สนิทกันเป็นศิษยาภิบาลของโบสถ์ ได้มอบหนังสือ The Purpose Driven Life โดย Rick Warren (หนังสือแปลเป็นภาษาไทยชื่อ ฉันอยู่ในโลกนี้เพื่ออะไร:ชีวิตที่เคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์) เมื่ออ่านจบ เค้ารู้สึกว่า เค้าคงจะปฏิเสธพระเจ้าต่อไปอีกไม่ได้แล้ว พระองค์สร้างทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมาด้วยการออกแบบที่สมบูรณ์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีพระองค์ผู้ทรงกำหนดทุกอย่าง และเมื่อปรชวนเค้าไปโบสถ์ เค้าจึงยอมตกลง 

ที่ผ่านมาคิดดีและทำในสิ่งที่ดีมาตลอด....

ตั้งแต่จำความได้ปรจะได้ยินเสมอ ทำดีได้ดี ทำอะไรก็ได้แบบนั้น ทำดีถึงจะได้สิ่งดีๆกลับมา ปรก็พยายามทำไปตามคำสอน พยายามคิดดีและทำในสิ่งที่ดี ทำไปเพื่อตัวเองจะได้มีชีวิตที่ดีๆ เมื่อได้รู้จักพระเยซูคริสต์ และได้เข้าโบสถ์เป็นครั้งที่สอง เพลงนมัสการที่สื่อถึงใจมากๆวันนั้น คือเพลง Safe (รับฟังได้จากลิงค์ด้านล่าง)โดย Victory Worship เนื้อเพลงบอกว่า “พระเจ้าเป็นที่ปลอดภัยในชีวิตของเรา” เป็นเพลงที่ฟังแล้ว รู้สึกอบอุ่นหัวใจ รู้ปลอดภัย รู้สึกถึงความรักที่พระองค์มีให้ และวันนั้นศิษยาภิบาลได้เทศน์เกี่ยวกับการวางใจในพระองค์

“บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก จงเอาแอกของเราแบกไว้แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพอ่อนโยนและใจอ่อนน้อม และจิตใจของพวกท่านจะได้หยุดพัก ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา” 

มัทธิว‬ ‭11:30‬ ‭THSV11‬‬

ตอนนั้นที่ฟังทั้งเพลงนมัสการ และพระคำบทนี้ ปรรู้สึกพร้อม ที่จะวางใจในพระองค์ ที่จะฝากพระองค์ในทุกเรื่อง ความเหน็ดเหนื่อย ความทุกข์ ความสุข พระองค์รับไปหมดเลย ปรรู้แล้วว่าพระองค์รมีความรักที่ยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงสละชีวิตเพื่อความรอดของเราทุกคน และพระองค์ทรงรับภาระหนักเบาทุกเรื่องจากเรา ขอแค่เราวางใจในพระองค์ ตอนนั้นปรรู้สึกตัวเบามาก รู้สึกเหมือนได้ปลดแอกหนักๆที่เราถือมาตลอดสิ่งที่ปรเคยทำก่อนรู้จักพระองค์ ปรทำไปเพื่อตัวเองเพื่อความสุขของตัวเอง แต่ตอนนี้ ปรรู้สึกอยากใช้ชีวิตให้เป็นไปตามคำสอนพระองค์ และอยากให้สิ่งที่ดีๆที่ปรทำ ได้สะท้อนถึงความดีของพระองค์ ปรไม่ได้อยากทำเพื่อตัวเอง แต่อยากทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์

และในวันนั้นเอง หลังจากฟังพระคำจบ ศิษยาภิบาลก็ถามว่า ถ้ามีใครที่นี่รู้สึกได้สัมผัสถึงพระเจ้า และอยากอธิษฐานขอรับพระองค์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ขอให้ยกมือขึ้น ปรและสามีก็ยกมือขึ้นพร้อมกัน และอธิษฐานขอรับพระเยซูคริสต์มาเป็นพระผู้ไถ่ของเรา

ถึงแม้การเดินทางมาพบพระองค์ของปรและสามี จะมาจากคนละเส้นทาง แต่เราก็ทั้งสองก็ได้มาเริ่มชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสต์พร้อมกัน

อยู่เพื่อพระองค์

ทุกๆวัน ปรขอบคุณพระเจ้า ที่นำทางปรมาที่โรงเรียนประชาคมนานาชาติ นำมาให้พบกับเพื่อนๆผู้ปกครอง ครู และพนักงานที่โรงเรียน ที่นำพาปรมาให้พบกับพระองค์ ขอบคุณพระองค์ที่เป็นแบบอย่างความรักแท้ ความรักนิรันดร์ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้ปร ปรขอเชื่อและวางใจในพระองค์ และขออยู่เพื่อพระองค์ และสรรเสริญพระองค์จนสุดหัวใจ


"คลิกที่นี่" ท่านได้อะไรจาก เรื่องที่อ่านคะ? ตอบคำถาม 1 นาที ขอบคุณค่ะ

ส่งข้อความหาแอดมินได้ที่ลิงค์นี้  https://www.facebook.com/HealthiestMeThailand