โปรดคลิกที่นี่เพื่ออ่าน "ความจริงสูงสุด 4 ประการของสุขภาพจิตวิญญาณ"

ก่อนที่ท่านจะอ่านบทสัมภาษณ์ จากแขกรับเชิญของเรา เพื่อเพิ่มความเข้าใจในเรื่องนี้


ทราบมาว่าอาจารย์วุฒิเคยทำงานหนักไม่ค่อยได้พักผ่อน ช่วงนี้ดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง?

สุขภาพตอนนี้ก็ยังคงเป็นเบาหวาน ความดัน อาการก่อนหน้านี้ก็มีเส้นเลือดในสมองแตกตีบ แล้วก็ก้านสมองขาดเลือดนะครับสองครั้ง ก็ขอบคุณพระเจ้าที่ยังไม่ตายและก็ไม่พิการนะครับขอบคุณพระเจ้าครับ

ตอนนี้ดูแลสุขภาพยังไง ก็ออกกำลังกายแล้วก็พยายามนอนให้ได้วันละเจ็ดถึง 8 ชั่วโมงครับ ก็สุขภาพก็เริ่มดีขึ้นควบคุมน้ำตาลได้ดีขึ้นนะครับ ความดันก็ยังอาจจะมีบ้างเพราะยังคุมน้ำหนักยังลดยังไม่ค่อยลงเท่าไหร่นะครับ ก็พยายามลดน้ำหนักให้กลับมาได้อยู่ใน 70 ไปปลายๆ 80 ต้นๆ ประมาณนี้ครับ ตอนนี้ยังคง 90 กว่าอยู่ครับก็พยายามอยู่นะครับ

ดูแลสุขภาพของจิตวิญญาณอย่างไรบ้าง?

ตอนนี้ก็ต้องบอกว่าเมื่องานผมน้อยลงอย่างมากหรือแทบจะไม่มีงานเลยก็สุขภาพจิตวิญญาณก็ดีขึ้น เพราะว่าผมเองก็เขียน “พระธรรมนำชีวิต” ทุกวันการเขียนพระธรรมนำชีวิตเนี่ยไม่ได้เขียนให้คนอื่น จริงๆแล้วผมเฝ้าเดี่ยวแล้วก็นำสิ่งเหล่านี้มาแบ่งปัน เริ่มต้นจากการแบ่งปันให้พี่บอย โกสิยพงษ์ แล้วก็คนที่คริสตจักร แล้วก็ตอนนี้ก็ไปถึงผู้คนจำนวนนึงนะครับ

ขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าก็ดูแลแล้วก็พูดคุยกับผมเสมอ ในวันที่เรามีคำถามได้คำตอบจากใจของพระเจ้า

จิตวิญญาณก็ไม่สามารถบอกว่ามันวัดได้ยังไง แต่มันวัดได้จากการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราที่มีกับพระเจ้านะครับ ว่าผมเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นเหมือนพระเยซูคริสต์มากขึ้นไหม สิ่งนี้เนี่ยผมบอกเองไม่ได้ว่าผมเปลี่ยนแปลงไหม แต่คนรอบรอบข้างจะเป็นคนบอกว่าเราเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า

สุขภาพจิตวิญญาณเป็นสิ่งที่เราต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอนะครับ บางวันมันจะดีมาก แต่อีกวันรุ่งขึ้นมันอาจจะแย่จริงๆแย่จนแทบปางตายมันก็เป็นได้ 

มันเป็นความพิเศษจริงๆที่เราจะต้องใช้เวลากับพระเจ้าเสมอนะครับด้วยกันอ่านพระวจนะของพระเจ้า ใช้เวลาด้วยการอธิษฐานและการนมัสการพระเจ้า ผมไม่ได้หมายถึงการร้องเพลงนะครับ ผมกำลังหมายถึงการทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยนะครับ นั่นคือการนมัสการพระเจ้าที่แท้จริงครับ

ขอให้แชร์ประสบการณ์ประทับใจ ที่พระเจ้าดูแลและปกป้อง

ผมก็ต้องพูดถึงเรื่องการที่ผมเส้นเลือดในสมองแตก ตีบแล้วก็ก้านสมองขาดเลือด ในครั้งแรกนะครับขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าปกป้องผมแล้วก็ให้ผมรู้ว่าผมเป็นอะไรแล้วก็ไปโรงพยาบาลด้วยความรวดเร็ว แล้วก็ขอบคุณพระเจ้าที่มีพี่น้องได้อธิษฐานเผื่อผม

ความอัศจรรย์คือ 

หมอบอกว่า “ผมน่าจะตายไปแล้ว คืนนั้นผมนอนไอซียู” แต่พอรุ่งขึ้นตอนเช้าหมอบอก “มหัศจรรย์” เพราะอาการที่เป็นมันหายไปหมด หมอบอกว่าต้องอย่างน้อยสามเดือนถึงจะหายไป แต่ว่ามันก็หายไป

ผมเชื่อว่าเกิดจากการคำอธิษฐานของพี่น้องอธิษฐานเผื่อผมในค่ำคืนวันพุธมีหลายคริสตจักรที่บอกว่าคืนนั้นอธิษฐานเผื่อผมถึงเช้าเลยนะครับ ก็ขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าสำแดงการมหัศจรรย์นั้นกับผมนะครับ

และในครั้งที่สองผมก็ขอขอบคุณพระเจ้าที่ผมรู้ตัวว่าผมเป็นอะไรเพราะว่าผมเริ่มพูดไม่ชัดในขณะที่พูดแบ่งปันที่คริสตจักร พี่น้องบางท่านไม่รู้เลยนะครับว่าผมมีปัญหา แต่ผมก็รู้ตัวเองว่ามีปัญหา ก็โทรศัพท์กลับมาที่โรงพยาบาลว่าหมอเฉพาะทางที่ดูแลผมเข้าในวันอาทิตย์นั้นไหม? เมื่อไม่เข้าผมก็ตัดสินใจมาวันจันทร์ตอนเช้ามืด ผมขับรถเข้ามากรุงเทพฯจากฉะเชิงเทรากับภรรยา

มาหาหมอ เมื่อดูอาการเสร็จก็ให้ผมเอกซเรย์อีกรอบหนึ่ง หมอก็สรุปว่าเส้นเลือดในสมองอาจแตกรอบนี้ครับ เป็นเส้นเลือดใหญ่ทีเดียว ขอบคุณพระเจ้าที่คุณหมอบอกว่ามันเป็นตรงปลายเส้น ก็ทำให้ไม่ต้องผ่าสมองเพราะเลือดก็หยุดแล้ว เลือดที่ค้างอยู่เป็นรูปหัวใจด้วยครับ(ตามภาพด้านล่างนี้) แต่หมอก็ให้นอนโรงพยาบาลถึงสี่คืนนะครับ

ขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าจัดเตรียมเพราะว่า ในเช้าของวันที่สามผมมีถ่ายเอ็มวีที่ผมเป็นพรีเซนเตอร์ของเนสกาแฟนะครับ เมื่อตอนผมเข้าโรงพยาบาลผมก็แจ้งทีมงานว่าผมอาจจะยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ แล้วก็ทีมงานก็ยังถ่ายไม่เสร็จเลยเลื่อนการถ่ายทำให้ผมไปในเช้าวันที่ห้านะครับ ก็คือผมนอนโรงพยาบาลเพื่อให้ยาละลายลิ่มเลือดสี่คืน ออกจากโรงพยาบาลก็ไปกองถ่ายเลยครับ นี่เป็นการอัศจรรย์ของพระเจ้าอีกครั้งสำหรับผม ที่ผมยังไม่พิการยังกลับมาพูดชัดได้ยังสามารถใช้ชีวิตแบบปกติได้ขอบคุณพระเจ้าจริงๆครับ

นี่เป็นโอกาสพิเศษที่ผมรู้ว่าหลังจากนี้ เวลาที่เหลือของผมเป็นของพระเจ้าที่ผมจะต้องทุ่มเทในการรับใช้พระเจ้า ให้เวลากับพระเจ้าเป็นที่สุดของชีวิตนะครับ

หมอบอกว่า “ผมน่าจะตายไปแล้ว คืนนั้นผมนอนไอซียู”
เลือดที่ค้างอยู่เป็นรูปหัวใจ


ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเยซูคริสต์ส่งผลยังไงกับความสัมพันธ์ของคนที่อยู่รอบตัวเรา

ผมต้องตอบแบบนี้นะครับ คือว่าผมทำงานกับศิลปินทำงานกับผู้คน นักดนตรีส่วนใหญ่จะพูดหยาบคาย แล้วก็สูบบุหรี่ กินเหล้า แต่ผมเองก็ต้องทำให้ชีวิตของผมเห็นว่าผมแตกต่างจากพวกเขาแต่ยังต้องอยู่ร่วมกับพวกเขา ไม่ไปทำให้เขารู้สึกว่าเราดีกว่าเขา เราต้องเป็นเพื่อนเขา นั่นคือสิ่งที่ผมทำมาโดยตลอด คือผมไม่เคยแตะบุหรี่ โอเคมีช่วงวัยรุ่นที่อาจจะกินเหล้าบ้าง แต่นั่นก็ทำให้ผมรู้ว่าการที่มีชีวิตที่สำมะเลเทเมาก็ไม่ช่วยอะไร แต่เมื่อผมก้าวไปเป็นศิลปินนักร้อง และผมเป็นผู้รับใช้พระเจ้าแล้ว คือเป็นศาสนกิจที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน แล้วก็ต่อมาก็เป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาลและก็เป็นศิษยาภิบาลที่คริสจักรเขาหินซ้อนแบบติสต์ ผมเรียนรู้ที่จะมีชีวิตแบบพระเยซู จนทำให้เพื่อนๆในวงเดียวกันหนึ่งคน ก็คือคุณใหม่ The begins เดี๋ยวนี้เขามีวงใหม่ ชื่อ No One Else มาเชื่อพระเจ้า แล้วก็นักดนตรีในวงThe Begins Grand ก็ส่วนใหญ่จะไม่กินเหล้าแล้ว เหลือสูบบุหรี่อยู่บ้างนิดหน่อย เนี่ยคือทำให้ยืนยันว่าผมมีความสัมพันธ์กับพระเยซูและพระเยซูก็ได้ออกฤทธิ์ในผม ทำอย่างนั้นจะทำให้คนรอบตัวผมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

ในความสัมพันธ์นั้นมันทำให้ผมก็อยู่ยากมากขึ้นในการทำงาน ผมพลาดไปหลายงานเพราะการจะแสดงตัวตนในพระเยซูคริสต์ แต่นั่นก็เป็นโอกาสที่ผมได้ประกาศพระนามของพระเยซู 

การพลาดงานนั้นหรือโอกาสของงานที่ไม่ได้รับนั้น ผมเชื่อว่าพระเจ้าอวยพระพรแล้วก็คืนให้ผมอย่างมากมายนะครับ เราเห็นได้จากอาคารคริสตจักรเขาหินซ้อน แล้วก็พี่น้องคริสเตียนที่เขาหินซ้อนและผู้คนที่พบเจอผมก็น่าจะยืนยันได้ว่าผมมีความสัมพันธ์กับพระเยซูจริงๆ แล้วชีวิตผมก็มีผลกับผู้คนเหล่านั้นขอบคุณพระเจ้าครับ 

เพลงโปรดแล้วก็ข้อพระธรรมประจำใจ

เพลงโปรดผมมีสองเพลงที่นึกขึ้นได้ เป็นเพลงที่ผมแต่งเองกับวงเยเรมีย์ แล้วก็อีกเพลงนึงก็ผมก็แต่งเองเหมือนกันเป็นเพลงที่ใช้ใน W501 นะครับ เพลงแรกชื่อ “เพลงจากใจ”ของโรงเรียนมีในอัลบั้ม Jeremiah Worship ครับ แล้วก็เพลงที่สองคือ “เพลงบอกรัก” ใน W501 นะครับ (ในลิงค์ยูทูปด้านล่าง)


ส่วนพระธรรมประจำใจผมอยู่ในพระธรรมโรมบทที่ห้าข้อสามถึงห้า ให้เรามีความชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากลำบากเพราะความทุกข์ยากลำบากจะทำให้เราเป็นคนที่ทรหดอดทนและความทรหดอดทน จะทำให้พระเจ้าเห็นว่าเราเป็นคนที่ใช้การได้ คือมีประโยชน์สำหรับพระองค์ สิ่งนั้นทำให้เรามีความหวัง หากเราผิดหวังหรือหมดหวังให้เราขอจากพระผู้ช่วยคือพระวิญญาณของพระเจ้าที่จะเทความรักของพระองค์ลงมาลดหัวใจของเราให้ท่วมท้น เราจึงมีชีวิตอยู่ได้โดยพระองค์

“ยิ่งกว่านั้น เราก็ชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้น ทำให้เกิดความทรหดอดทน และความทรหดอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ และการที่เป็นเช่นนั้นทำให้มีความหวัง และความหวังจะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเหตุว่าความรักของพระเจ้าได้หลั่งเข้าสู่จิตใจของเรา โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระองค์ได้ประทานให้แก่เราแล้ว”

‭‭โรม‬ ‭5:3-5‬ ‭THSV11‬‬ https://www.bible.com/174/rom.5.3-5.thsv11

 “เพลงบอกรัก”

คุณวุฒิได้แบ่งปัน "พระธรรมนำชีวิต" ทุกๆวันให้กับทุกท่านที่สนใจ
ต้องการติดตาม คลิกที่ช่องยูทูป(YouTube)ที่นี่
https://www.youtube.com/channel/UCJZM-9QS2wWJeKZ11y09ERw

"คลิกที่นี่" ท่านได้อะไรจาก เรื่องที่อ่าน?" ตอบคำถาม 1 นาที ขอบคุณค่ะ


ส่งข้อความหาแอดมินได้ที่ลิงค์นี้ https://www.facebook.com/HealthiestMeThailand